ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู
จำนวนผู้อ่าน : 10 คน
การประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรู้การจ่ายยาและให้คำปรึกษากลุ่มหญิงมีครรภ์และให้นมบุตรสำหรับเภสัชกรชุมชน
นักวิจัย :
สมหญิง พุ่มทอง , กิติยศ ยศสมบัติ , ศุภทัต ชุมนุมวัฒน์ , อุกฤษฏ์ สิทธิบุศย์ , ตุลาการ นาคพันธ์ , ภัณฑิรา ปริญญารักษ์ ,
ปีพิมพ์ :
2569
สนับสนุนโดย :
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
วันที่เผยแพร่ :
11 มิถุนายน 2569

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความรู้ เจตคติ ความตั้งใจ และพฤติกรรมการจ่ายยาและให้คำปรึกษาแก่หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรของเภสัชกรชุมชน วิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความตั้งใจและพฤติกรรมตามกรอบทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior: TPB) พัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างความรู้ด้านการจ่ายยาและการให้คำปรึกษา และประเมินประสิทธิผลเบื้องต้นของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น การศึกษาดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การสำรวจเภสัชกรชุมชนจำนวน 360 คน ระยะที่ 2 การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างความรู้โดยใช้ข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม ผลการสำรวจ และการประชุมระดมสมองกับผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกรชุมชน และระยะที่ 3 การประเมินประสิทธิผลเบื้องต้นของโปรแกรมในกลุ่มเภสัชกรชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมครบถ้วนจำนวน 21 คน โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม ผลการสำรวจพบว่าเภสัชกรชุมชนส่วนใหญ่มีเจตคติเชิงบวกและมีความตั้งใจในการให้บริการแก่หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ยังพบช่องว่างด้านความรู้ในบางประเด็นที่มีความสำคัญทางคลินิก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาระหว่างตั้งครรภ์ การใช้แหล่งข้อมูลอ้างอิง การประเมินยาที่ขับผ่านน้ำนม และการเลือกใช้ยาบางกลุ่มในสถานการณ์เฉพาะ นอกจากนี้ พฤติกรรมด้านการติดตามอาการและการส่งต่อผู้ป่วยยังเป็นประเด็นที่มีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับพฤติกรรมด้านการซักประวัติ การสืบค้นข้อมูลยา การเลือกจ่ายยา และการให้คำแนะนำการปฏิบัติตน ผลการวิเคราะห์ตามกรอบ TPB พบว่า เจตคติ การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมมีบทบาทต่อความตั้งใจในการจ่ายยาและให้คำปรึกษา โดยในกลุ่มหญิงมีครรภ์ เจตคติและการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจ ขณะที่ในกลุ่มหญิงให้นมบุตร องค์ประกอบทั้งสามของ TPB มีอิทธิพลต่อความตั้งใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ความตั้งใจยังมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการจ่ายยาและให้คำปรึกษาในทั้งสองกลุ่ม สะท้อนว่า การพัฒนาโปรแกรมไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการให้ความรู้เท่านั้น แต่ควรส่งเสริมความมั่นใจ การใช้เหตุผลทางวิชาชีพและการตัดสินใจในสถานการณ์จริงร่วมด้วย โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยวีดิทัศน์การเรียนรู้จำนวน 23 ตอน เอกสารประกอบการเรียนรู้ อินโฟกราฟิก และปฏิทินความรู้ โดยจัดทำในรูปแบบรายวิชาออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Mahidol University Continuing Education (MUCE) เนื้อหาครอบคลุมหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร เทคนิคการสื่อสาร การประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ของยา การใช้แหล่งข้อมูลอ้างอิง การเลือกใช้ยาในอาการที่พบบ่อย การดูแลหญิงให้นมบุตร และกรณีศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของร้านยา โปรแกรมดังกล่าวจึงเป็นต้นแบบของสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ที่พัฒนาจากปัญหาและความต้องการที่พบในบริบทการปฏิบัติงานจริงของเภสัชกรชุมชน ผลการประเมินประสิทธิผลเบื้องต้นพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม ผู้เข้าร่วมมีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในบางด้าน โดยเฉพาะการตระหนักถึงความสำคัญของการส่งต่อผู้ป่วยและพฤติกรรมการส่งต่อในกรณีจำเป็นทั้งในบริบทของหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร นอกจากนี้ พฤติกรรมการเลือกจ่ายยาในกลุ่มหญิงให้นมบุตรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม คะแนนความรู้โดยรวมหลังเข้าร่วมโปรแกรมไม่แตกต่างจากก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญ แม้จำนวนผู้ที่ผ่านเกณฑ์ความรู้จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 90.5 เป็นร้อยละ 100 ผลดังกล่าวชี้ว่าโปรแกรมมีศักยภาพในการสนับสนุนพฤติกรรมการปฏิบัติงานบางด้าน แต่ยังควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดผลต่อความรู้เชิงลึกและการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น การแปลผลการศึกษานี้ควรพิจารณาภายใต้ข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ การประเมินระยะที่ 3 ใช้รูปแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ มีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กกว่าขนาดตัวอย่างที่คำนวณไว้ ใช้แบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเองเป็นเครื่องมือหลัก และยังไม่ได้ประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานจริงของเภสัชกรในสถานการณ์บริการหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้รับบริการ ดังนั้น ผลการศึกษาควรตีความในฐานะหลักฐานเบื้องต้นของประสิทธิผลของโปรแกรม มากกว่าการยืนยันประสิทธิผลในเชิงสรุปทั่วไป โดยสรุป การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นและความเป็นไปได้ในการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างศักยภาพเภสัชกรชุมชนในการจ่ายยาและให้คำปรึกษาแก่หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้เป็นฐานสำหรับการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องหรือสื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในร้านยาได้ในอนาคต การศึกษาครั้งต่อไปควรใช้รูปแบบการวิจัยที่มีกลุ่มควบคุมหรือกลุ่มเปรียบเทียบ เพิ่มขนาดตัวอย่าง ติดตามผลในระยะยาว และประเมินผลลัพธ์จากการปฏิบัติงานจริง รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้รับบริการ เพื่อยืนยันประสิทธิผลของโปรแกรมและสนับสนุนการนำไปใช้ในวงกว้างอย่างเป็นระบบ


ลิงก์ต้นฉบับ : https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6443

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้