งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของการสอนเสริมแบบกลุ่มย่อย 3 รูปแบบ ได้แก่ การสอนร่วม การกำกับการสอน และการสอนเสริมแบบกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset–Enhanced Teaching Group :GME-TG) ต่อพัฒนาการด้านการอ่านภาษาไทย ในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-3 ที่มีความยากลำบากในการอ่าน รวมทั้งศึกษาผลของการให้ครูผู้สอนเข้าร่วมโปรแกรม Growth Mindset intervention ต่อการเปลี่ยนแปลงของคะแนน Growth Mindset, Resilience และ Grit ของครู และผลที่สะท้อนสู่ผลลัพธ์ของนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า การสอนเสริมทั้งสามรูปแบบช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยการสอนร่วมมีผลดีกว่าการกำกับการสอน ในด้านการอ่านเรื่องสั้น และให้ผลใกล้เคียงกับการสอนเสริมแบบกรอบความคิดแบบเติบโต โดยเฉพาะในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งทั้งการสอนร่วมและการสอนเสริมแบบกรอบความคิดแบบเติบโตให้ผลเด่นชัดกว่ารูปแบบอื่น ขณะที่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ไม่พบความแตกต่างระหว่างรูปแบบการสอน นอกจากนี้ การให้ครูผู้สอนได้รับ Growth Mindset intervention ส่งผลเชิงบวกต่อคะแนน Growth Mindset, Resilience และ Grit ของครู โดย Growth Mindset เพิ่มขึ้นเด่นชัดในระยะสั้น ส่วน Resilience และ Grit เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งผลดังกล่าวสะท้อนถึงนักเรียนที่ได้รับการสอนจากครูกลุ่มที่ได้รับ Growth Mindset intervention มีคะแนน Growth Mindset, Resilience และ Grit เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเทียบกับครูกลุ่มที่ไม่ได้รับ ซึ่งไม่พบการเปลี่ยนแปลง โดยสรุป ผลการศึกษาชี้ว่าการพัฒนาครูด้วยแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต ควบคู่กับการจัดการสอนเสริมแบบกลุ่มย่อยที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งเสริมทั้งทักษะการอ่านและทักษะด้านจิตพิสัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีความหมาย ทั้งยังมีศักยภาพในการนำไปใช้จริง และควรได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายต่อไป
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้