งานวิจัยมาใหม่แนะนำ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนระบบระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ : โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่นำร่อง โดยศึกษาความรอบรู้โภชนาการ และส่งเสริมสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดและภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ก่อนและหลังใช้ระบบระเบียนสุขภาพในแอปพลิเคชันหมอพร้อม และศึกษาความรอบรู้โภชนาการและส่งเสริมสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูง ระดับความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ก่อนและหลังใช้ระบบระเบียนสุขภาพในแอปพลิเคชันหมอพร้อม และเกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนาข้อเสนอในการปรับปรุงการใช้งานระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในอำเภอบางระกำ จำนวน 446 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 แบบสัมภาษณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.77- 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลสถิติแบบพื้นฐานและการตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้นด้วยโปรแกรม R (เวอร์ชั่น 4.5.1) เพื่อหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อน - หลัง (Paired Sample T-test) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต คะแนนรวมความรอบรู้สุขภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อม กลุ่ม Exposed และกลุ่ม unExposed โดยใช้ t-test กำหนดค่า pvalue < 0.05 มีนัยสำคัญทางสถิติ โดยแบ่งเป็น paired t-test (เปรียบเทียบในกลุ่มเดียวกัน คือ กลุ่ม exposed หรือกลุ่ม unexposed ก่อนใช้แอปพลิเคชันและหลังใช้แอปพลิเคชัน) และ unpaired t-test เปรียบเทียบ 2 กลุ่ม คือเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต และคะแนนความรอบรู้ของกลุ่ม exposed เทียบกับกลุ่ม unexposed รวมทั้ง วิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำตาล ระดับความดันโลหิต เปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยที่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อม ฟังก์ชันประเมินสุขภาพ และไม่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยใช้ chi-square test และตัดตัวแปรกวนด้วยวิธี multiple logistic regression กำหนดค่า pvalue < 0.05 มีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มที่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อมประเมินสุขภาพมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงในการเก็บข้อมูลครั้งที่ 2 ซึ่งห่างจากครั้งที่ 1 ประมาณ 1 เดือน จาก 156.0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นเป็น 148.2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น และมีนัยสำคัญทางสถิตินั้น อาจเกิดจากผู้ป่วยเบาหวานได้รับความรอบรู้จากการใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อมแต่ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ต่ำกว่า 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ได้ผลการวิเคราะห์ adjusted OR เปรียบเทียบกลุ่มที่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อมกับไม่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อม และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด FBS 80-140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น จึงเท่ากับ 0.73 อีกทั้งคะแนนรวมความรอบรู้สุขภาพของกลุ่มที่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อมของผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อมประเมินสุขภาพเทียบกับไม่ใช้แอปพลิเคชันประเมินสุขภาพ ข้อมูลที่เก็บครั้งที่ 2 จะพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยของกลุ่มใช้แอปพลิเคชันมีค่ามากกว่ากลุ่มไม่ใช้แอปพลิเคชัน 148.2 และ 146.1 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น อาจเป็นเพราะมีตัวแปรกวน เช่น ค่าดัชนีมวลกาย ระยะเวลาการป่วยโรคเบาหวาน เป็นต้น
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้